Posted on ตารางบอล / ผลบอลเมื่อคืน / รวมเกมส์ / เว็บพนันฟรี
กดแชร์ให้หน่อยนะ
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  

ชัยชนะของ ลิเวอร์พูล ในศึกแดงเดือดอาจไม่ได้เกินความคาดหมายแต่ที่แฟนบอล “เร้ดอาร์มี่” รับไม่ได้อย่างแรงคือความใจเสาะของนักเตะ แมนฯยูไนเต็ด ที่ทำให้เกมนี้กลายเป็นบอลคนละชั้น

ทันทีที่ประตู 1-0 มาอย่างรวดเร็วตั้งแต่นาทีที่ 5 เราเห็นได้ทันทีว่าแข้งทีมเยือนถอดใจไม่ไล่บอลหรือไล่ก็เหยาะแยะ นักเตะในทีมเกิดความสับสนกันเอง

บอลที่ผู้เล่นยังไม่รู้เลยว่าหน้าที่คืออะไรแล้วดันมาแต่ตัวไม่ได้พกใจมาโดนยิงแค่ 4-0 ผมว่าน้อยเกินไปด้วยซ้ำ

ตรงกันข้ามเป็นฝั่ง “หงส์แดง” ที่เพิ่งลิ้นห้อยมาจากเกม เอฟเอ คัพ รอบรองชนะเลิศกับ แมนฯซิตี้ กลับวิ่งอย่างเอาเป็นเอาตายทั้งๆที่ตะบันน้ำลงเล่นตามโปรแกรมครบทุกถ้วยจนสภาพร่างกายควรต้องกรอบกว่าด้วยซ้ำ

โดยธรรมชาติแล้ว ยูไนเต็ด เป็นทีมที่ขึ้นชื่อว่าขุมกำลังค่อนข้างหลวมอยู่แล้วกลายเป็นว่าเกมที่ แอนฟิลด์ พวกเขา “ระส่ำ” หนักกว่าเดิมจากการที่ ราล์ฟ รังนิค หันมาใช้เซนเตอร์ 3 ตัว

พูดสรุปไวๆให้เข้าใจคือขนาดแท็คติกส์ที่ใช้ประจำยังเกือบเอาตัวไม่รอดแต่การเลือกเอาระบบที่นักเตะไม่คุ้นในเกมใหญ่ทำให้ภาพที่ออกมาจึงเป็น ลิเวอร์พูล ที่ outclass ใน 45 นาทีแรก

ความสับสนดังกล่าวหาอ่านได้จากบทสัมภาษณ์ของ รังนิค ที่พูดเองว่าจะเริ่มเกมที่ระบบไหนก็คงเหมือนกันเพราะลูกแรกที่เสียไม่ได้อยู่ในแผนที่วางไว้ แกสื่อว่าไม่ได้สั่งให้ลูกทีมดันสูง (แต่ก็ดันจนหลังโหว่)

ผมพยายามมองในมุมของ “เดอะ โปรเฟสเซอร์” ที่รับทราบถึงความอันตรายของเกมรุก ลิเวอร์พูล จึงวางหลัง 3 ให้เน้นเซฟไว้ก่อน

แต่ก็ต้องยอมรับว่าคุณภาพนักเตะหลายคนเข็นไม่ขึ้นจริงๆโดยนอกจาก ฟิล โจนส์ ที่ร้างสนามและลงเล่นเป็นตัวจริงในรอบ 3 เดือนแต่ที่ขาดไม่ได้เขาคนเดิม แฮร์รี่ แม็คไกวร์ ยังเป็นจุดอ่อนของทีมอยู่เช่นเดิม

Content ของกัปตันทีมมาอย่างรวดเร็วตั้งแต่ 5 นาทีซึ่งก็คือลูก 1-0 เมื่อเจ้าตัวตัดสินใจตาม ซาดิโอ มาเน่ ขึ้นไปถึงกลางสนามก็ต้องไปให้สุดแต่กลับปล่อยให้พรี่ ณ เดช พลิกบอลสบายใจเฉิบทั้งๆที่อีกไม่กี่ก้าวก็จะถึงตัวอยู่แล้ว

มาเน่ ที่ปกติเป็นคนเก็บบอลไม่เก่งมีเวลาพลิกบอลแบบเหลือเฟือก่อนแทงทะลุซึ่ง ณ เวลานั้น ดิโอโก้ ดาโลท์ แบ็คซ้ายโดนทั้ง TAA และ โม ซาลาห์ รุมกินโต๊ะ

หลัง 3 ไม่ได้ช่วยอะไรเลยครับ ซ้ำร้ายวิงแบ็คที่ถูกวางไว้ให้คอย support เกมรุกเพราะมีหลังคอย cover แต่เจอคลาสของแดนกลาง “หงส์แดง” ดักกินเรียบจนกลายเป็นว่าถูกกดให้อยู่ไม่ห่างจากเซนเตอร์ เสียของกันไปอีก

การเสีย พอล ป็อกบา ตั้งแต่นาทีที่ 10 คือการยกธงขาวแบบกลายๆของทีมเยือนเพราะมิดฟิลด์ทีมชาติ ฝรั่งเศส เป็นตัวเก็บบอลในจังหวะขึ้นเกมจากการถูกเพรสได้ดีที่สุด

ประตู 2-0 เป็นตัวชี้ชัดให้เห็นว่าปริมาณไม่ได้สะท้อนถึงคุณภาพใดๆเพราะแนวรับ+มิดฟิลด์ ยูไนเต็ดขาวโพลน 7-8 ตัวกลับไม่สามารถเอา 4 นักเตะ ลิเวอร์พูล อยู่เลยทั้งๆที่การเล่นไม่ได้ซับซ้อน


กดแชร์ให้หน่อยนะ
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •  
  •